รวมเทคนิคซื้อประกันชีวิตสะสมทรัพย์

เมื่อลองพูดถึงคำว่า “ประกันชีวิต” หลายคนก็อาจนึกถึงเรื่องของความคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกัน ค่าสินไหมทดแทนจากกรณีเสียชีวิต แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้หลายคนคิดทุกครั้งในตอนทำประกันชีวิต นั้นก็คือ รูปแบบประกันสะสมทรัพย์ เพราะอย่าลืมว่าในการทำประกันชีวิตนั้น เราจะได้รับผลตอบแทนคืนในช่วงปลายงวดสุดท้ายหรือหลังจบสัญญา ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์กันมากขึ้น เพราะนอกจากที่จะยังได้รับความคุ้มครองในชีวิตแล้ว เรายังได้เก็บเงินไว้ใช้ได้ในอนาคตอีกด้วย โดยในวันนี้เราจะมาเล่าถึงเทคนิคซื้อประกันสะสมทรัพย์อย่างให้คุ้มค่ากันครับ

โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกของการซื้อประกันชีวิตก็คือ ความแตกต่างระหว่างสัดส่วนของ “เงินคุ้มครอง” และ “เงินออม” เพราะเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปนั้น บรัทประกันจะจัดสรรค่าเบี้ยส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำประกัน อีกส่วนจะนำมาใช้เพื่อลงทุนบริหารให้ได้ดอกเบี้ยคืนแก่ผู้ทำประกัน  ซึ่งในการทำประกันสะสมทรัพย์นั้น ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบมาก เช่น แบบเน้นออม 100%, แบบออมและคุ้มครองเท่าๆกัน, แบบสัญญาระยะสั้น-กลาง-ยาว สิ่งที่ทำให้เราต้องมาตัดสินใจอยู่กับมันมากๆก็จะอยู่ที่เรื่องของ เป้าหมายที่เราต้องจากการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เช่น เป้าหมายของเราคือ การรันตีเงินทุนการศึกษาระดับมัธยม + ปริญญาตรีให้ลูก ซึ่งคำนวณแล้วว่า จะเป็นเงิน 5 แสนบาท โดยมีระยะเวลาอีก 10 ปีก่อนถึงเป้า การซื้อประกันสะสมทรัพย์ ที่มีระยะเวลา 10 ปี ทุนประกัน 5 แสนบาท ได้เงินคืนทั้งหมดออกมารวมกัน ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ส่วนเรื่องของการจ่ายค่าเบี้ยประกัน ให้เริ่มดูจากงบประมาณที่เราจะต้องจ่ายในแต่ละปี ถ้าเรามีเงินเหลือมากก็อาจเลือกออมระยะสั้น 10/3 (คุ้มครอง 10 ปี จ่ายเบี้ย 3 ปี)

เมื่อหลายท่านเริ่มเข้าใจถึงเทคนิคของการซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แล้ว เราหวังว่าหลายคนก็คงสามารถหาประกันที่เหมาะสมกับตนเองได้ และหากใครที่กำลังมองหาประกันสะสมทรัพย์อยู่ เราก็ขอแนะนำ ประกันเงินออม Manulife แบบประกันชีวิตพร้อมการออมทรัพย์ที่ให้ความคุ้มครองและผลตอบแทนสูงถึง 555% ออมสั้น คุ้มครองยาวๆ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 ทุกปีที่ชำระเบี้ย