หนึ่งในวิธีวัดผลการตลาดออนไลน์ด้วย UTM

  • ภาษาไทย
  • English

ในทุกวันนี้การทำการตลาดออนไลน์มีด้วยกันอยู่หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook Google Email Youtube หรืออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์นั้นมีข้อดีกว่าออฟไลน์ที่ว่า เราสามารถที่จะวัดผลได้ติดตามผลได้ แต่แค่เราต้องใช้เครื่องมือต่างๆให้เป็นและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการนิยมอย่างสูงสุดที่ใช้กันอย่างทั่วโลกในการนำมาวัดผลบนเว็บไซจ์เรานั้นก็คือ Google Analysis

แต่ถึงจะดีแค่ไหนแต่ถ้าเราใช้ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพก็ไม่สามารถวัดผลได้ทุกอย่าง ซึ่งหนึ่งในปัญหาหลักๆเลยของการทำ Google Analysis มักจะพบว่า เราไม่ทราบว่า Traffic ที่เข้ามานั้นมาจากช่องทางไหนและแคมเปญไหนที่ทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือมีลูกค้าเพิ่มขึ้น และบ่อยครั้งเลยที่ผู้ใช้เข้ามาในเว็บผ่านลิ้งค์ของเว็บไซต์อื่นๆ หรือจากลิ้งค์อีเมล หรือBloggerต่าง

ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำเจ้าตัว UTM นี้แหละจะมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้เลย แต่ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการใช้งาน เราต้องมาทำความรู้จักกับ UTM คืออะไรกันก่อนดีกว่า
UTM เป็นพารามิเตอร์ที่เราวางต่อท้าย URL ซึ่งเป็น URL ของหน้า Landing page ที่เราจะดูว่า Traffic ที่เข้ามาในเว็บไซต์เรานั้นมาจากที่ไหน ซึ่งเจ้าการใข้ UTM จะมีประโยชน์ต่อเจ้าของเว็บไซต์มาก

UTM จำเป็นต้องใช้ไหม
ถ้าเราต้องการวัดผล Traffic ที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรานั้นมาจากอะไรบ้าง เราสามารถทำได้ง่ายโดยการใช้ UTM ซึ่งมันจะช่วยให้เราวัดผล Campaign ที่เราทำโฆษณาผ่านมีเดียต่างๆได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าเราทำ Email marketing ,ลงโฆษณาBannerเว็บอื่นๆ หรือ เราอาจจะซื้อโฆษณาผ่าน Facebook เราก็สามารถใช้ UTM เพื่อวัดผลโฆษณาได้เช่นกันจากการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook

วิธีการวัดผลด้วย UTM
1.เข้าไปที่ https://support.google.com/analytics/answer/1033867
2.เลื่อนหน้าจอลงมาจนเจอส่วน URL builder form แล้วกรอกข้อมูลดังต่อไปนี้
3.Source คือสื่อของแหล่งที่มา เช่น Facebook, mthai, sanook
4.Medium อธิบายง่ายๆคือวิธีที่สื่อนั้นๆใช้ในการแสดงโฆษณา ตัวอย่างเช่น CPC, Banner, layoutlink
5.Campaign คือชื่อแคมเปญทางการตลาดของเรา ตัวอย่างเช่น summersales, remarketing, bookqrcode
6.กดที่ จะได้ URL อันใหม่ที่ได้มีการทำ UTM เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถนำเอา URL นี้ไปแชร์ได้ตามมีเดียต่างๆได้ เมื่อมีคนคลิกที่ URL นี้แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งเข้าไปที่ Google analytics ว่าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์รายนั้นมาจาก Source, Medium และ Campaign ตามที่เรากำหนด
หลังจากที่เราได้ URL ที่เป็น UTM เรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่า URL จะยาวมาก จึงควรนำ URL ไปย่อ ซึ่งสามารถย่อได้จากเว็บ bit.ly หรือ goo.gl ทำให้สั้นลงแล้วค่อยนำเอาไปแชร์

แต่หากท่านใดกำลังมองให้ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ที่มีความเชียวชาญมาทำการตลาดให้ธุรกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดผ่าน Facebook Google Adwords หรือเครื่องมืออื่นๆ สามารถปรึกษาได้ที่ Marketing Bangkok หรือสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.marketingbangkok.com/th/บริการ/การตลาดโซเชียลมีเดีย